วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

สนนราคาทองคำ ปกติทิวา วันพุธ พื้นดิน 17 นิศากร เดือนกันยายน 2557 มูลค่ากนกคงทนถิ่น


ราคามาศวันนี้




                       โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง ซื้อ-ขายทอง
         นิจสินเวลากลางวัน วันพุธ ถิ่นที่ 17 เดือน กันยายน 2557     ครั้งที่  1 เมื่อเวลา 09.37 นาฬิกา  ซึ่งราคาทองอาจที่ โดย ราคาทองรูปพรรณวันนี้ รับซื้อบาทละ18,571.00 บาทโดยขายออกบาทละ 19,350.00 บาท   ราคาทองคำท่อนวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,850.00 บาทเพราะว่าขายออกเท้าละ 18,950.00 บาท





ลงทุนสบายๆ...





1. เพราะว่าเข้าไปเว็บไซต์ www.set.or.th/onlineinvestor ซึ่งจะมีบทราวทุกสิ่งเกี่ยวกับการที่อุปการะจะเริ่มต้นลงทุนออนไลน์ มิว่าจะทั้งเป็นการถ่ายทอดชักจะลงทุนทรัพย์ด้วยมือใหม่แล้ว และสอนทำนองการเปิดพอร์ตครั้งปฐมโดยรวมอยู่ที่นี่ล่มจม



2. เพราะว่าเริ่มหัดตามข่าวเศรษฐกิจ คือ ทุกๆประกาศไร้สาระเรื่องดารา/ละคร เราต้องอ่านประกาศที่ให้ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับสถานะเศรษฐกิจโลกพร้อมทั้งประเทศไทย ชดโชยอย่างน้อย 1 ข่าวด้วย



3. เริ่มหัดลงราคาต้นทุนในหุ้นจากเว็บ www.settrade.com/click2win โดยเป็นเวลาดังน้อย 3-6 เดือน ซึ่ง click2win เป็นเกมจำลองตลาดหุ้นจริงด้วยและราคาจริงแบบ real time เพียงแต่สัญญาณให้เงินปลอมมาทดลอง ซ้อมมือก่อนจะได้ไม่เจ็บตัวระหว่างเก็บเกี่ยวประสบการณ์ โดยแนะนำให้ไปสมัครวันนี้เลย จบเบาติดตามอ่านบทความที่ไร่นิจะค่อยๆพูดเรื่องการจัดพอร์ตต่างๆการเลือกตั้งหุ้น แล้วก็งานบริหารเงินไปเรื่อยๆหรือคือเล่นไป อ่านบทความ ได้ความรู้ กลับไปปรับพอร์ตในเกมตามความรู้ใหม่ที่ได้และวนไปอย่างนี้เรื่อยๆจนรู้สึกเริ่มโปรขึ้นค่อยชักจะคิดจะลงทุนด้วยเบี้ยจริง



4. ฝึกลมปราณแล้วให้ใจเย็นๆ หลายคนอยากทำเกิน ทำเดี๋ยวนี้โดยจนลืมไปว่าการลงทุนมันก็เป็นศาสตร์อย่างนึง เราอยากรับจ้างเล่นเปียโนเป็นการยังชีพและพรุ่งนี้เดินย่ำไปซื้อเปียโนมาเลยดีมั้ย เราก็ต้องเรียนและ ควรซ้อมกว่าจะไปเล่นโชว์ได้จริงๆด้วยถ้ายังไม่เคยเรียนเคยซ้อมซื้อเปียโนหรูแค่ไหนมาพร้อมกับสุดท้ายก็เปลืองตังค์จากไปเปล่าๆ




ผู้เขียน นานิ นิธินวกร ผู้เขียนหนังสือ สร้างสมบัติล้านก่อนเรียนจบ
สนับสนุนข้อมูล ตลาดหลักสินทรัพย์แห่งประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

ค่าสุวรรณวันนี้ กระทบทวนทิวากาลวันอังคาร แดน 16 เดือนกันยายน 2557 ทำให้เรียบขึันตีนมละ 50 เท้า






                       เพราะยุ่งซื้อขายทองป่าวประกาศมูลค่าทอง ซื้อ-ขายทอง
              ประจำวัน อังคาร ที่ 16 กันยายน 2557     ครั้งที่  1 เมื่อกาล 09.30 โมง  ซึ่งราคาทองได้เกลี่ย                 ตัวขึ้น 50 บาท โดย ราคาทองสัณฐานวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,874.20 บาท ขายออกบาทละ                      19,650 บาท   สนนราคาทองคำลิ่มวันนี้ รับซื้อบาทละ 19,150 บาท ขายออกบาทละ 19,250 บาท




งานคลังแถลงนโยบายวันนี้ ผลักดันหุ้น 4 กลุ่ม







    เพราะว่านักวิเคราะห์ ได้พูด กระทรวงการคลังแถลงนโยบาย-มาตรการกระตุ้นเร้าเศรษฐกิจในวันนี้ หนุนให้หุ้นธนาคาร รับเหมาฯ ท่องเที่ยว ค้าปลีก
นักวิเคราะห์ ของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด ได้ไขเผยว่า วันนี้ 15 กันยายน นี้ กระทรวงการคลังจะแจกแจงนโยบายและมาตรการกระตุ้นให้เศรษฐกิจเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ทั้ง 11 ด้าน จับกลุ่มทั่งแผนเร่งด่วนระยะสั้นของมาตรการโน้มน้าวเศรษฐกิจในปีตรงนี้ และเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ในปีนี้แบ่งที่ 2% โดยมีช่วงเติบโต 1.5 ถึง 2.5% ส่วนงบประมาณประมาณปี 2557 โดยที่มีงบรายจ่ายรวม 2.525 ล้านล้านบาท จะมีงบประมาณที่จ่ายให้ไม่ทันภายในปีนี้ ณ สิ้นสุดๆ 30 กันยายน ราว 10% หรือประมาน 2.5 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งบางจำพวกจะถูกนำไปใช้ต่อในปีงบประมาณ2558 โดยไตรมาส 1/58 และจะจ่ายจ่ายออกไปได้ 35% สรรพสิ่งงบรายจ่ายรวมที่ถึง 2.575 ล้านล้านบาท ทางหน้าด้านแผนการลงทุนภาครัฐบาลในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบรถไฟฟ้าและการพัฒนารางคู่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า ซึ่งการขยายความนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในวันนี้นั้นอาจมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยในเชิงเติมได้บ้าง โดยเฉพาะในหุ้นรายตัวและรายกลุ่ม เช่น ธนาคาร คล้องเหมาฯ ท่องเที่ยว ค้าขายปลีก ฯลฯ

เพราะระยะเวลาที่ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ คือ การชุมนุมคณะผู้ชี้ขาดนโยบายการเงิน หรือ FOMC  ข้าวของสหรัฐ ในวันที่ 17 ถึง18 กันยายน นี้ซึ่งตลาดติดตามใกล้ชิดว่าเฟดจะส่งวี่แววเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทนอย่างไรนั้น และการประชุม กนง. วันที่ 17 กันยายน  57 ซึ่งคาดการณ์ว่าทั้งเฟดและ กนง. ของสยามจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมไปถึงอย่างน้อยกลางปี 2558


ติดตามราคาสุวรรณย้อนหลังได้ที่              http://moneygold11.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

ค่ากาญจนา เป็นนิตย์ทิวากาลดาวเสาร์ ถิ่น 13 เดือนกันยายน 2557 ปรับยอมเท้ามละ 50 บาทา

ราคาทองคำ

โดยราคาทองลักษณะ รับซื้อบาทละ 18,480.04 บาทและขายออกบาทละ 19,250 บาท
    เมื่อสหพันธ์ค้าทองคำประกาศราคาทอง ประจำวันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.21 น.
และซึ่งปรับลงบาทละ 50 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาวานนี้
โดยราคาทองลักษณะวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,480.04 บาท ขายออกบาทละ 19,250 บาท
และราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,750 บาท ขายออกบาทละ 18,850 บาท.



3 บทเรียนรู้จากวิกฤตพลิกชีวิตตะครุบกบได้ก็ต้องลุกได้


บทเรียนที่ 1 การเผชิญความสำเร็จนั้นนำไปสู่ความล้มเหลว
 เมื่อเราทำอะไรที่ประสบความสำเร็จจากไปทุกอย่าง ทำธุรกิจอะไรก็เติบมหึมาได้กำไรมากมายและไม่เคยล้มเหลวเลยนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะเราจะมีความมั่นใจสูงสุดตักเตือนทุกอย่างต้องทำสำเร็จ เมื่อข้อความมั่นใจมีมากล้นจนมองไม่เห็นสัญญาณของความล้มเหลวก็จะทำให้เราตัดสินเจตด้วยความประมาท เช่น กู้เงินมาทำธุรกิจเพื่อให้กิจการขยายตัวเร็วที่สุดก็เพราะว่ามั่นใจว่าเป็นโอกาสที่สร้างกำไรได้อย่างมหาศาล โดยไม่ระมัดระวังว่าหากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นจะมีแผนเผื่อขาดเผื่อเหลืออย่างไร เหมือนชีวิตที่ไม่รู้จักวางแผนฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากผลลัพธ์ออกมาไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ดังนั้น หากเรามีความมั่นใจกับทุกเรื่องราวก็ควรใส่คำว่า “ระมัดระวังและไม่ประมาท” เข้าไปด้วย เพื่อเป็นความมั่นใจที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

บทเรียนที่ 2 เราจะรู้สึกเยี่ยมยอดขึ้นหากเจอคนที่แย่กว่าเรา
 ช่วงปี 40 หลายคนมีหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวหรือถูกให้ออกจากงานกระทันหัน เมื่อไม่มีงานทำบวกกับหนี้สินพอกพูน ทำให้หลายคนเกิดความเครียด ไม่มีจิตใจที่อยากจะหายใจอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปจึงหนีปัญหาด้วยวิธีฆ่าตัวตายมากขึ้นเพราะคิดว่าปัญหาของตนเองนั้นใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้ จากกรณีของคุณศิริวัฒน์ที่ยืนขายแซนด์วิชก็มีทั้งคนที่มาให้กำลังใจให้เขาสู้ต่อไปและบางคนที่มาขอบคุณเรื่องดังหนี้สินพันล้าน จนทำให้เขาเลิกคิดฆ่าตัวล้มตายเพราะทำให้รู้สึกว่าหนี้ของคนอื่นมากกว่าแต่ก็ยังสู้ชีวิต ส่วนหนี้ของตนเอง 15 ล้านนั้นเพ่งพิศเล็กลงไปมาก

บทเรียนที่ 3 โค่นอำนาจได้ก็ต้องลุกได้
 ในจิตใจที่ไม่เคยถูกกระทบกระทบกระเทือนจากความล้มเหลวนั้นเป็นเหมือนเพชรเม็ดงามที่ถูกฝังอยู่ในเหมืองไม่มีใครเห็นความงดงาม แต่ถ้าหากจิตใจผ่านพ้นเรื่องราวเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้ก็จะเหมือนเพชรที่ถูกเจียระไนกลายเป็นเพชรเม็ดงามทรงคุณค่าที่ใครก็ต้องการครอบครอง จากกรณีนี้ของคุณศิริวัฒน์ที่ได้รับประสบการณ์เลวร้ายจนทำให้มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น มีความอดทนกับปมและกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆที่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างทรัพย์สินขึ้นมาใหม่ได้


 ศิริวัฒน์แซนด์วิช โดยนับเป็นต้นแบบประสบการณ์ชีวิตที่ครบรสชาติมากๆ ซึ่งคนรุ่นใหม่ควรศึกษาเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อจะได้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตและการลงทุนมากขึ้นด้วย แม้ว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะแตกต่างกับในอดีตแล้ว แต่เราสามารถนำวิธีคิดเหล่านี้ไปปรับใช้หาได้ด้วย เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ในอนาคตถูกต้อง 100% เราเพียงใช้ชีวิตเพราะด้วยความไม่ประมาทโดยเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตเป็นตัวนำทางเพื่อไม่ให้เกิดพระประวัติศาสตร์ซ้ำรอยด้วย

ผู้เขียน : อภินิหารทรัพย์สินออม
สนับสนุนข้อมูลโดย : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศประเทศไทย

ติดตามราคาทองคำย้อนหลัง ได้ที่นี้  http://moneygold11.blogspot.com/

วันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2557

ทึกทักราคาสุพรรณกึ่งพรรษาส่วนหลังสิงแห่งหนบาทละ 17,500-22,000 เท้า


                         หมดไปศึกษาวิจัยอุไรคาดการณ์ราคามาศกึ่งหนึ่งปีปฤษฎางค์มีอยู่ที่บาทมละ 17,500-22,000 บาท




                    นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการสูญสิ้นศึกษาวิจัยสุวรรณ ได้รายงานในระหว่างแจกแจงนิ้วชี้ความเชื่อมั่นค่ากาญจนาในเดือนมิถุนายน 2557 มูลค่าทองคำในประเทศข้างในช่วงครึ่งศกหลังจะอยู่ในระหว่าง 17,500 - 22,000 ตีนต่อหนึ่งเท้าทองคำ ขณะที่ราคาต่างประเทศจะอยู่ที่ 1,100-1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ 1,270 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์เพิ่มขึ้น 4 % จากต้นปีที่ถูกกดดันจากนโยบายผ่อนคลายปลายปริมาณ (คิวอี) จึงเปิดที่ 1,200 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ คาดว่าราคาปิดปี 2557 จะเพิ่มจากราคาเปิดปีไม่มากนัก เหตุจาก ท้องตลาดหลักทรัพย์หลักในต่างประเทศมีผลตอบแทนที่น่าลงทุน อีกทั้ง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ป่าประกาศลดดอกเบี้ยทำให้เงินไหลเข้าตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามหากในช่วงครึ่งปีหลังมีความไม่สงบทางการเมืองในประเทศอิรัก ยูเครน อาจนักลงทุนจะกลับมาซื้อทองดูแลรักษาความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้ราคาทองคำในโลกปรับเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมาราคาทองคำโลกจะปรับตัวลดลง แต่ค่าเงินบาทของไทยยังอ่อนค่า จึงหนุนให้ราคาทองคำในประเทศยังทรงตัว แต่หลังจากนี้ค่าเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นสัมพันธ์จากนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของคณะรักษาความเงียบสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมทั้งการส่งเสริมการลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้ครันลงทุนต่างชาติกลับมาสนใจซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ทำให้มูลค่าทองลดลง จากปัจจัยดังกล่าวจึงแนะนำให้นักลงทุนเก็งกำไรในระยะสั้น

สำหรับราคาทองย้อนหลังในเดือนมิถุนายนคะเนว่าราคาในตลาดโลกกรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,180 - 1,320 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ โดยกรอบสูงสุดอยู่ที่ระหว่าง 1,260 - 1,280 ดอลลาร์ฯต่อออนซ์ ด้านกรอบต่ำสุดอยู่ที่ 1,200 - 1,220 เหรียญต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศ กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ที่บาทละ 18,200 - 20,400 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ กรอบราคาสูงสุดคาดว่าจะอยู่ที่บาทละ 19,600 - 19,800 บาท และต่ำสุดสึงที่บาทละ 18,600 - 18,800 บาท

ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาอุไรแท่งวันนี้ในเดือนพฤษภาคมปรับลดลงบาทละ 250 บาท จากราคาทองคำในวันที่ 30 เมษายน ที่ระดับมูลค่าบาทละ 19,800 บาท มาอยู่ที่บาทละ 19,550 บาท ในตอนปิดตลาดวันที่ 30 พฤษภาคม 2557 หรือลดลงประมาณ 1.26%


















. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ค่าทอง ปกติทิวา พฤหัส ที่ดิน 11 กันยายน 2557 สนนราคานพคุณคงอยู่สถานที่







    สมาพันธ์ค้าทองคำป่าประกาศราคา ซื้อ - ขายทองคำ ประจำวัน  พฤหัสบดี ที่ 11 เดือนกันยายน 2557
 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. เปิดท้องตลาดวันนี้ ค่าทองคำวันนี้คงที่ จากการเฟี้ยมตลาดไปเมื่อวานนี้ โดย ราคาทองรูปพรรณวันนี้รับซื้อบาทละ 18,768.08 บาท และขายออกบาทละ 19,550.00 บาท ราคาทองคำดุ้นวันนี้ รับซื้อบาทละ 19,050.00 บาท และขายออกบาทละ 19,150.00 บาท  ค่าทองคำย้องหลัง ได้ที่นี้





ลงทุนสบายใจในวัยเกษียณ


ความเจริญก้าวย่างหน้าทางการเวชในปัจจุบันนั้น ทำให้คนไทยมีพระชนมายุยืนขึ้น ดังนี้


                                                                                       
                                


          ตายต่อจากนั้นใช้เงินไม่หมด ยังหม่นหมองน้อยกว่าเงินหมดก่อนตาย  เป็นคำพูดที่เราอ่านพบปะทางหน้าใน Facebook คิดว่ามันถูกต้องมากๆเลย เพราะการมีพระชนมพรรษายืนขึ้นนั้นจะส่งผลประสานเงินออมที่เราต้องเก็บมากขึ้น แล้วต้องลุ้นว่าเงินที่เก็บไว้นั้นจะพอใช้ในวันที่ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือไม่ ซึ่งวัยเกษียณนั้นเราจะมีเรี่ยวแรงในการทำงานน้อยลง และไม่สามารถทำการงานหนักเพื่อสร้างรายได้เหมือนสมัยวัยรุ่น เราลองนึกภาพถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตนั้นหากเราเจ็บป่วย ต้องหาเงินมารักษาตัว ด้วยความยากลำบากของชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณขึ้น และถ้าเราไม่เริ่มเก็บเงินตั้งแต่วรรคนี้


ประดุจนั้น ในการออมเงินให้พางพอไว้ใช้ช่วงเกษียณเป็นสิ่งที่สำคัญเท่ากับวิธีการออมเงิน ถ้าเราเก็บไว้ในรูปแบบออมทรัพย์เหมือนอย่างเดียวนั้นและอาจจะไม่เพียงพอ เพราะดอกเบี้ยจากธนาคารนั้นนิดเกินเกิน ฝากออมทรัพย์ได้รับค่าตอบแทนเพียง 0.75% แต่ในขณะโทนกันเราซื้อของแพงเพิ่มขึ้น 3% สมมติฐานเงินเฟ้อคงที่ 3%   ทำเอื้ออำนวยอำนาจในการใช้จ่ายของเราลดลงเพราะว่าผลตอบแทนจากการฝากเงินของเราโตไม่ทันราคาของที่แพงขึ้นนั้นเอง





     วิธีการรักษาอำนาจการซื้อของเราให้เหมือนเดิมนั้นควรนำเงินออมบางส่วนไปต่อยอดด้วยการลงทุนและเพื่อรักษามูลค่าของเงินให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนกลับคืนมาให้เราได้อย่างสม่ำเทียมเท่า เมื่ออ่านถึงพ้องนี้บางท่านอาจจะคิดว่าถ้าต้องการให้เงินเติบโตเร็วๆก็ควรรีบนำเงินทองมาลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่จะให้ผลซูบแทนสูงๆ ให้เงินงอกเงยเร็วๆน่าจะปฏิบัติการให้ชีวิตที่สุขสบายในวัยเกษียณ


          อย่าลืมว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงความเสี่ยงก็ย่อมสูงเคลื่อนด้วย ซึ่งความเผชิญดูนั้นเป็นความแปรผันจากผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น โดยกระแสความเสี่ยงมี 2 รูปแม่พิมพ์ คือ 
1. ความเสี่ยงที่ได้รับผลขานตอบแทนมากกว่าที่เราคิดไว้
2. ความเสี่ยงที่ได้รับผลตอบทำแทนน้อยกว่าที่เราคิดไว้

     ถ้าลงทุนแล้วได้รองรับผลตอบแทนมากกว่าที่เราคิดไว้ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ทำให้เราจะรู้สึกมีความสุขและมีความมั่งคั่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันถ้าการลงทุนนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้เงินออมที่เก็บมานานนั้นลดลง ความมั่งคั่งที่วาดฝันไว้ก็จะพังทลายลงด้วย ยิ่งความปั่นป่วนมากเท่าไหร ความคาดหวังยิ่งมากและกระแสความเครียดจากการลงทุนยิ่งมากขึ้น ถ้าใครนำเงินไปลงทุนแล้วนอนไม่หลับเพราะกังวลกับสิ่งที่ลงทุนไป จะยิ่งส่งผลบัดกรีการตัดสินใจในการลงทุนที่อาจจะผิดพลาดได้ ทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้รวมทั้งกอบด้วยและสุขภาพใจที่ย่ำแย่อีกด้วย


ดังนั้น การมัธยัสถ์เงินในระยะยาวเพื่อใช้ช่วงปลดเกษียณนั้น โดยหลักการควรเก็บในสินทรัพย์ทางการเงินที่ปลอดภัยนั้น เงินทองต้นไม่หายและมีความเสี่ยงต่ำ ผันผวนน้อย  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่พร้อมกับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ทิ้งท่านซึ่งมีมากน้อยแตกต่างกันไป ดังนั้น ควรจะทำแบบทดสอบความเสี่ยงก่อนการชี้ขาดใจเลือกกองทุน

ตัวอย่าง อัตราผลตอบรับสนองย้อนหลังของกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปหาสูง

ข้อมูล: ม.ค.-มิ.ย. 2557
ผู้เขียน : อภินิหารเงินออม
สนับสนุนข้อมูลโดย : ตลาดกำหนดการทรัพย์แห่งประเทศไทย 
ติดสอยห้อยตาม ราคาหุ่นราคาทองย้อนหลังได้ที่  http://moneygold11.blogspot.com



วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

มูลค่ามาศ ทิวาวันพุธ 10 เดือนกันยายน 57 ช่วง 09.27 นาฬิกา สนนราคานพคุณอาจจะที่




border=0


              เพราะว่า ยุ่งค้ากาญจนาประกาศราคา ซื้อ-ขายทองคำ ประจำวัน  วันพุธ ที่ 10 กันยายน 2557
 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. เปิดตลาดวันนี้ ราคาทองคำวันนี้คงที่ จากการปิดตลาดไปเมื่อวานนี้ โดย ราคาทองลักษณะรับซื้อบาทละ 18,768.08 บาท และขายออกบาทละ 19,550.00 บาท ราคาทองคำกระบิ รับซื้อบาทละ 19,050.00 บาท และขายออกเท้าเว้น 19,150.00 บาท  ราคาทองคำทำซ้ำปฤษฎางค์ ที่นี้





3 วิธีเลือกคัดหุ้นให้เหมาะกับสไตล์ตัวเอง !






                  การที่ข้าพเจ้ารู้จักตัวเองก่อนการลงทุนนั้นมีผลต่อการลงทุนอย่างมาก คุ้นชินเจอนักลงทุนหลายท่านที่ต้องการลงทุนในระยะเวลายาว รอปันผลแต่พอซื้อหุ้นยังไม่ทันจะได้รับเงินแบ่งปันผลก็เริ่มรู้สึกอยากจะขายเพราะหุ้นที่ถือนั้นนิ่งนานเกินไป เพื่อนที่นั่งเทรดอยู่ข้างๆได้เงินมา 10% ภายในเวลาไม่กี่นาที จึงอยากที่จะได้เงินเร็วๆเหมือนเพื่อนบ้าง แต่พอปรับเปลี่ยนแนวการลงเงินลงทุนมาเป็นแนวซื้อขายเร็วก็เริ่มจะติดใจเพราะได้เงินมาตื๋อ ช่วงตลาดหุ้นขึ้นทุกก็คนยิ้มร่า แต่ครั้นตลาดหุ้นตกแล้วนั้นยังรักการเทรดดิ้งเร็วเหมือนเดิมถึงกับหน้าแห้ง ก็เพราะขาดสะบั้นทุนผลกำไรที่เคยได้มา อีกทั้งเสียเงินต้นที่ลงทุนไปครั้งแรกอีกด้วย
               3 วิธีเลือกหุ้นให้กำลังดีกับสไตล์ตนเอง.

1. นักลงทุนระยะสั้น กฏเหล็ก คือ คัทลอส
โดยคนกลุ่มนี้จะใช้วิธีลงทุนโดยใช้การวิเคราะห์กราฟคือหลัก ในบางครั้งสร้างโมเดลของตนเองว่าจุดไหนซื้อหรือขาย มีลักษณะการซื้อขายบ่อยเพื่อทำกำไรในช่วงเวลาสั้นๆ กฏเหล็กที่ต้องทำเป็นทุกครั้งเมื่อหุ้นไม่ไปในทิศทางที่เราคาดหวัง คือการคัทลอส อาจจะตั้งไว้ว่า 5 - 10% จากต้นทุนหรือไม่ก็ดูแผนภูมิหาจุดตัดขาดทุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการยินยอมรับความเสี่ยงของแต่ละคนนั้น
วิธีเลือกหุ้นเพื่อที่จะเก็งกำไรอย่างง่ายคือ เส้น RSI ต่ำกว่า 30 เข้าเขตขายมากเกินไป MACD กำลังจะตัดขึ้นนอกเหนือศูนย์  กราฟไม่ทำ NEW Low เป็นต้น

2. นักลงทุนเล่นรอบ กฏเหล็ก คือ จบรอบจบกัน
นักลงทุนกลุ่มนี้จะใช้ปัจจัยที่ส่งผลเปรียบเปรยต่อหุ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆมาใช้ในการลงทุน เช่น การตะบึงรวมกิจการ ข่าวผลประกอบการที่รับรู้รายได้พิเศษ เป็นต้น ซึ่งจะใช้การวิเคราะห์ทางด้านเทคนิคประกอบการซื้อขายให้ถูกช่องด้วย วิธีเลือกหุ้น เช่น หุ้นที่กำลังจะแตกพาร์ , หุ้นสินค้าเกษตรเช่น ยางพารา

3. นักลงทุนระยะยาว กฏเหล็ก คือ เงินปันผล
โดยเป็นการลงทุนที่ให้เงินผลิเงยจากการซื้อหุ้นแล้วถือรอรับเงินปันผล โดยใช้การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นเป็นตัวตัดสินเจตลงทุน ซึ่งให้ความสำคัญกับราคาหุ้นที่เติบโตไปพร้อมๆกับกิจการที่เติบโตขึ้นและเงินปันผลนั้น โดยเข้าซื้อเมื่อเราวิเคราะห์ว่าหุ้นนั้นมีราคาตลาดนั้นต้อยต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และขายครั้นเมื่อหุ้นนั้นราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงนั้น
วิธีเลือกหุ้นนั้น เช่น หุ้นในกลุ่มบิ๊กแคป หุ้นในหน่วย SETHD.

เราไม่จำเป็นต้องมีวิธีการลงทุนที่เหมือนคนที่เคยประสบความจบสิ้นแบบเป๊ะๆ บางคนคิดว่าถ้าเราลงทุนแบบเพื่อนแล้วเราจะรวยเหมือนเพื่อนได้ มันไม่จริงเสมอไปเพราะแต่ละคนนั้นมีสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรเลือกแนวคิดการลงทุนบางส่วนมาเพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์การลงทุนของตนเองน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่มาก
ผู้เขียน  อภินิหารเงินประหยัด
สนับสนุนข่าวสารโดย ตลาดหลักสินทรัพย์แห่งประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

สนนราคากาญจน์ ทิวากาลวันอังคาร สถานที่ 9 กันยายน 57 เวลา 09.38 น. ปรับโทษรูปลง 100 พระบาท

         





 องค์กรค้ามาศได้ประกาศราคาซื้อ-ขายทองคำ ประจำวัน อังคาร ที่ 9 กันยายน 2557
 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.24 น. เปิดตลาดวันนี้ ราคาทองปรับตัวลง 100 บาท จากปิดตลาดไปเมื่อวานนี้ โดย ราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,768.08 บาท ขายออกบาทาละ 19,550.00 บาท ราคาทองคำต้นวันนี้ คล้องซื้อบาทละ 19,050.00 บาท ขายออกบาทอด 19,150.00 บาท  ราคาทองคำย้อนกลับปฤษฎางค์ ที่นี้








การที่จะซื้อเอกสารถือหุ้นให้ กำไร คือ ได้ capital gain นั้น เราต้องไม่ยึดติดแน่นกับการซื้อบริษัทที่ ดี เพราะบริษัทดี ในระยะยาวนั้น หุ้นมันก็ต้องดี ต้องขึ้นอยู่แล้ว แต่ในระยะสั้นถึงกึ่งกลางนั้นก็อาจจะไม่เป็นอย่างนั้น การที่บริษัทดีนั้น หุ้นมันไม่จำเป็นต้องดีเหมือนกัน เพราะ

1. หุ้นดี แต่อาจจะมีราคาไปแล้ว   คือนักลงทุนต่างคิดว่าหุ้นตัวนี้ดี ก็เลยไล่ซื้อ ไล่ราคากันขึ้นไป เพื่อจะที่จะก้องกังวานมูลค่าของบริษัทนั้นไปแล้ว การซื้อหุ้นของบริษัทดีๆ แต่เราผลักเข้าไปซื้อในราคาที่สูงลิ่วนั้น บางคนเก่งมาก ได้ที่ราคาสูงสุดพอดี แบบนี้ก็แย่เลย ก่อนซื้อเราก็ต้องดูด้วยว่า มันแพงไปรึยัง แล้วอะไรที่เรียกว่าแพงไป คืออ่ะไร ถ้าเอาง่ายๆแบบเบสิคเลยก็คือ ดูที่ P/E ไม่ใช่ P/E แค่ของตัวหุ้น แต่ของคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วย ลองคำนวณดูว่า ที่หุ้นต่างๆในอุตสาหกรรมนี้ มี P/E ค่าเฉลี่ยเท่าไหร่ แล้วก็มาเทียบว่า หุ้นของเรา มี P/E ค่าเฉลี่ยสูงกว่า P/E เฉลี่ยของอุตสาหกรรมไปเยอะไหม เราจะได้พอเพียงมองออกว่าหุ้นเราแพงไปรึยัง

2. หุ้นศักยจะ เคยดี ต่างหาก  คือ ก่อนเลือก เราก็ควรที่จะศึกษามาแล้ว ดูงบประมานมาอย่างดี บริษัทนี้กำไรมาหลายปีติดกันแล้ว และหุ้นก็ยังไม่แพงไปอีกด้วย แต่หารู้ไม่ ตัวการที่มันไม่แพงไป เป็นเพราะนักลงทุนเค้าเริ่มทิ้งกันแล้วเพราะบริษัทนี้อาจจะเริ่มไม่มีอนาคตเนื่องจากมีคู่แข่งที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยกว่าเข้ามา สุดท้ายก็ขาดทุน บริษัทที่เคยดี ไม่ได้หมายความว่าจะดีตลอดไป ธุรกิจกับหลักสัจธรรมเหมือนกันตรงที่ มันไม่มีอะไรแน่นอน
สิ่งนึงที่น่าจะเรียนรู้จากการทำงานและการลงทุนนั้นก็คือ หุ้น ดี มันไม่ทำเงิน ถ้ามันไม่มี catalyst ถ้าใครเคยศึกษาเล่าเรียนเคมีจะรู้ว่า catalyst นั้นคือ ตัวเร่งปฏิกิริยา คือ ปฏิกิริยาเคมีบางอย่างนั้น จะใช้เวลานานมาก กว่าจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้ามี ตัวเร่ง แล้วหล่ะก็ ไม่นานเดียวสำเสร็จเลย หุ้นก็ยังกะกัน หุ้นดีจะดี แต่ถ้าเราหมายจะซื้อหุ้นดีที่ขึ้นและทำเงินในระยะสั้นถึงกลางด้วยนั้นแล้ว จะต้องเลือกสรรหุ้นดีที่มี catalyst ด้วย ยกตัวอย่างคือ มีการณ์หรือเรื่องราวต่างๆ ที่จะเข้ามาเร่งเร้าให้การซื้อไล่ราคากันด้วย ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรมก็จะมี catalyst ที่ต่างกันไปนั้น เช่นอุตสากรรมเดินเรือก็จะมีค่าวางเรือเป็นสิ่งกระตุ้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆเช่น supply จำนวนของเรือลดลง ก็จะทำให้ค่าระวางเรือขึ้นไปอีก จนดูมีท่าทีว่าอุตสาหกรรมนี้มันน่าจะ turnaround คนก็จะอยากไล่ราคาหุ้นบริษัทเรืออย่างนี้เป็นต้น พอหาว่าอุตสาหกรรมที่เราสนใจมีอะไรเป็น catalyst เจอแล้วนั้น ทีนี้ก็เอามาวางแผนการซื้อก่อนที่จะเกิด catalyst ขึ้นซัก 3 ถึง 6 เดือน เพื่อดักหน้าคนอื่นแล้วก็ถือรอเท่านั้นเอง 
หลังจากที่เลือกสรรหาหุ้นดีๆมาอยู่ในลิสสำหรับติดตามแล้ว ก่อนซื้อก็อย่าลืมดูด้วยว่า หุ้นพรรคนี้น่าจะมีอะไรเป็น catalyst เพื่อกระตุ้นให้ราคา แล้วจึงค่อยศึกษาว่า catalyst ที่ว่าเนี่ยมันน่าจะกำเนิดขึ้นเมื่อไหร่เวลาใหนเราจะได้ไม่ต้องซื้อแล้วรอนาน 
ผู้เขียน : นานิ นิธินวกร ผู้เขียนหนังสือ ประดิษฐ์เงินกล้อนก่อนเรียนจบ